ทำไมจึงเลือกบริษัทของเรา? by Jobdynamo

หน้าหลัก > บทความ > ทำไมจึงเลือกบริษัทของเรา?


ทำไมจึงเลือกบริษัทของเรา?

9 january 2554 (เข้าชมแล้ว 6441 ครั้ง)

คำถามข้อนี้สำคัญมาก และเป็นคำถามที่ผู้สมัครส่วน ใหญ่ มักจะถูกถาม ผู้ถามต้องการทราบว่า ทำไมคุณจึง อยากทำงานที่นี่ แทนที่จะเลือกบริษัทอื่น ทำไมต้องเป็น เขา? ถ้าพิจารณาดูคำถาม จะเห็นว่า เป็นคำถามที่ต้องการคำ ชื่นชมในบริษัทจากผู้ตอบ เช่น ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วไป มีชื่อเสียงและมั่นคง รับผิดชอบต่อ สังคม เป็นต้น ดังนั้น ถ้าคุณเกิดไปตอบว่า

“พ่อบอกให้มาลองเพราะเงินดี”
“เข้ารับราชการไม่ได้ก็เลยต้องมาที่นี่....”
หรือ “เห็นประกาศรับสมัครก็เลยเสี่ยงมา ดีกว่าอยู่เปล่าๆ”
“สัมภาษณ์ไม่ผ่านมาหลาบบริษัทแล้วค่ะ และบริษัทนี้เป็นบริษัทสุดท้ายที่เรียกตัวสัมภาษณ์” ฯลฯ


ถึงแม้คำตอบของคุณจะเป็นความจริงก็ตาม คุณคิดว่า เขารับรับคุณไหม? คำตอบก็คือ “ไม่มีทาง”

เพราะคำตอบเหล่านี้ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะมาสมัครงานเลย และผู้ตอบก็ไม่มีความรู้อะไรสัก หน่อยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนต้องการมาสมัคร จัดเป็นการเสียงดวงจริงๆ


ขอให้ลองมาดูคำตอบที่เข้าท่ากว่านี้

“ดิฉันเคยอ่านเกี่ยวกับบริษัทของท่านหลายครั้งในหนังสือธุรกิจ ทราบว่าเป็นบริษัทตั้งใหม่ แต่มีระบบการบริหารที่ดี สามารถยืนหยัดสู้กับบริษัทใหญ่ๆ ที่ตั้งมานานแล้วได้ ดิฉันเองสนใจทำงานกับบริษัทธุรกิจขนาดไม่ใหญ่นักอยู่แล้ว และคิดว่างานเจาะตลาดทางโฆษณานี้ เป็นสิ่งทีน่าสนใจและท้าทายความสามารถมากค่ะ”

จะสังเกตเห็นได้ว่า ผู้ตอบรู้ความเป็นมาของบริษัทพอสมควร รู้ว่าเขาทำอะไร มีทิศทางอย่างไร และทำไมตัวเขาจึงมาเลือกบริษัทนี้
คุณเห็นหรือยังว่า การที่จะตอบคำถามอะไรให้เข้าท่านั้นคุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับบริษัทหรือหน่วยงานนั้นๆ คำตอบของคุณจึงจะมีน้ำหนัก สามารถจุดความสนใจให้เกิดแก่ผู้รับฟังได้ ซึ่งถ้าคุณทำได้ คุณก็จะมีภาษีกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ อย่างเทียบไม่ติดเลยและการที่คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องของบริษัทนั้น คุณก็ได้ทำการค้นคว้าเรียบร้อยแล้วใช่ใหม่ในบทก่อนๆ? คุณจะเห็นได้ว่า “การบ้าน” ที่ให้คุณทำในแต่ละบทนั้น มี
ส่วนสำคัญมากในการได้งานของคุณ

คุณอยากมาสมัครงานในตำแหน่งอะไร?

นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่เขาต้องการทราบว่า คุณจะทำอะไรให้กับบริษัทเขาได้บ้าง? ทำไมเขาจึงจ้างคุณ?
คุณเข้ามาแล้ว จะมีผลอย่างไรต่อบริษัทของเขาบ้างหรือไม่? เป็นที่น่าเสียดายว่า มีผู้สมัครหลายต่อหลายคน ที่กระหายอยากได้งาน มักจะตอบโดยไม่คิดว่า “หน้าที่อะไรก็ได้ ทำได้ทั้งนั้น” ถ้าคุณตอบไปเช่นนี้ ในใจคุณอาจจะนึกว่า เราจะไม่เลือกงาน เขาให้เราทำอะไร เราก็ทำได้ทั้งนั้น และคุณก็แอบหวังนึกว่า เป็นคำตอบที่เก๋ที่สุดแล้ว แต่ลองมานึกดูในแง่ของผู้ว่าจ้างบ้างเขาต้องการจ้างคนที่มีคุณสมบัติหรือความสามารถที่จะเข้ามาทำงานในหน้าที่บางอย่าง และเขาก็พยายามคัดเลือกเอาบุคคลที่เหมาะที่สุดสำหรับงานนั้น เพื่อทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ดังนั้น ถ้าคุณตอบว่า คุณทำอะไรได้ทั้งนั้น ก็คงไม่ตรงประเด็นที่เขาต้องการ เพราะคุณไม่ได้บอกว่าคุณเก่งอะไร มีความสามารถอย่างไร และคุณเหมาะสมกับตำแหน่งที่เขาต้องการอย่างไรจึงเป็นคำตอบที่ไม่ได้สมอง และดูไม่มีจุดหมายเสียจริงๆถ้าเขาเกิดเถรตรงขึ้นมา ให้คุณไปทำหน้าที่เป็นยามผู้คอยเปิดปิดประตูล่ะ คุณจะทำหรือไม่?

แนวการตอบข้อนี้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ คุณต้องอาศัยความรู้ที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์บริษัทในบทที่กล่าวแล้วมาใช้อีกนั่นแหละ และถ้าเป็นไปได้ ถ้าคุณเผอิญไปรู้ถึงปัญหาของหน่วยงานนั้นด้วยก็จะดีมาก

ขอให้พิจารณาคำตอบต่อไปนี้

 


 

“กระผมมีความสนใจอยากสมัครงานตำแหน่งพนักงานฝึกอบรมของบริษัทครับ กระผมเผอิญทราบมาว่า ในแผนกฝึกอบรมนี้ บุคลากรส่วนใหญ่เป็นผู้ที่จบมาทางสังคมศาสตร์และยังไม่มีที่จบมาทางแผนกบริหารธุรกิจเลยทั้งๆ ที่โครงการฝึกอบรมพนักงาน ส่วนใหญ่เน้นทางด้าน
การบริหาร กระผมคิดว่า ถ้ากระผมได้ใช้ความรู้ ความสามารถทางด้านการบริหารไปเสริมตรงนี้ จะทำให้แผนกมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น”


ถ้าคุณเป็นนายจ้าง คุณฟังผู้สมัครพูดเช่นนี้คุณจะรู้สึกอยากรับเขาไหม?
แน่นอน คุณต้องรู้สึกทึ่งและสนใจในตัวเขา เพราะเขาได้ชี้ให้คุณเห็นว่า เขาสนใจในบริษัทของคุณมากพอที่จะไปศึกษาถึงจุดอ่อนบางประการของหน่วยงาน และเขาได้เสนอตัวเองเข้าไป “เติม” ให้คุณ ดังนั้น เขาจึงประสบความสำเร็จในการชักจูงให้คุณเห็น
ว่า คุณจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งในการรับเขาเข้าทำงาน

ไม่มีนายจ้างคนใดที่จะปฏิเสธคนที่จะมาช่วยให้หน่วยงานของเขาเจริญก้าวหน้าได้หรอก

ที่มา : ศิลปะของการสมัครงาน โดย นวลศิริ เปาโรหิตย์

Share |


Working SMART (การทํางานอย่างชาญฉลาด)
Working SMART (การทํางานอย่างชาญฉลาด)

สวัสดิการที่ควรมีให้พนักงาน
สวัสดิการที่ควรมีให้พนักงาน
ความสัมพันธ์ทางสังคมทำให้แข็งแรงและอายุยืนยาว
ความสัมพันธ์ทางสังคมทำให้แข็งแรงและอายุยืนยาว





Read More...